ขายให้ดี

ช่วงนี้ เป็นฤดูกาลปรึกษา มีผู้ประกอบการหลายท่านครับ ทั้งรายเก่า รายใหม่ ผมถือว่าบุคคลเหล่านี้เป็นเพื่อน อะไรว่าดีก็ให้ทำต่อไป ส่วนไหนที่ต้องปรับปรุง ก็แนะนำ ว่าควรแก้ไข ซึ่งส่วนใหญ่คือสงสัยกันว่าจะทำอย่างไรให้ขายดีขึ้น ซึ่งผมก็พยายามแนะวิธีการไปหลายๆ รูปแบบ อาทิ

  1. เรื่องเล่า Story การที่คนจะซื้อของนั้น พยายามจะหาเหตุผลอยู่แล้ว ถ้าคุณค้นพบมูลเหตุนั้น ก็เอามากระตุ้นให้ลูกค้านึกได้ อย่างเช่น เด็กขายพวงมาลัยตามท้องถนน ถ้าเป็นวันพระมักจะมีป้ายกำกับให้คนขับรถราที่ติดอยู่บนท้องถนนได้ระลึกอยู่เสมอ พอนึกขึ้นได้ก็ยินดีที่จะทำบุญกันในวันนี้ นัยว่าได้บุญแรง…เรื่องความเชื่อเหล่านี้เป็นของคู่กันมากับมนุษย์ หรืออย่างการซื้อหวย เวลาที่คนดัง เสียชีวิต มักจะเอาอายุของคนเราเหล่านั้นไปแทงเสมอๆ ล่าสุด อดีตนายกของไทยคนหนึ่งถึงแก่อนิจกรรม ถ้าไปดูตามแผงขายสลากกินแบ่ง จะเห็นว่า หมายเลข 83 ถูกซื้อกันเกลี้ยงแผง….แม่ค้าที่ตลาดตรงข้ามบ้านผม แนะนำว่า อายุท่านถ้านับจริงคือ 83 ปี 6 เดือน ทำไมไม่ซื้อ 836 หล่ะ…..แน่นอน ผมซื้อมาครับ ข้อดีของการนำเรื่องมาเป็นจุดขายเพิ่มคือไม่ต้องลงทุนเพิ่ม ในแง่ของปัจจัยที่เป็นตัวเงิน แค่รู้จักคิด ประดิษฐ์ คำพูดให้คนที่พร้อมจะเชื่อ เขาก็ซื้อแล้ว
  2. เพิ่มมูลค่า ด้วยการนำของเหลือใช้มาพัฒนาเป็นสินค้าใหม่ เมื่อเช้านี้มีผู้ประกอบการท่านหนึ่งเสียดายแกนของสายรัดพลาสติก ไลน์มาปรึกษาว่า จะพัฒนาเป็นอะไรดี ผมเห็นด้วยกับเขา เพราะทุกวันนี้เราน่าจะนำขยะเหล่านี้กลับมาสร้างมูลค่า  แล้วนำมาใช้ใหม่ ดีว่าผลาญทรัพยากรเพิ่ม จนโลกใกล้วิกฤติ ซึ่งตรงนี้ยังนำไปทำเป็นจุดขายเวลาผลิตสินค้าขึ้นมาจริงๆได้ อย่างน้อยก็ได้กลุ่มลูกค้า นักอนุรักษ์แล้ว ปัญหาเดียวคือจะทำอะไร ผมจึงให้เขาไปหาข้อมูลเพิ่มว่า สินค้านั้นจะเป็นประเภทไหน เช่นเฟอร์นิเจอร์, เครื่องใช้, เครื่องออกกำลังกาย, กรงใส่สัตว์เลี้ยง เลือกตลาดเสียก่อน จากนั้น ก็คือกลุ่มเป้าหมาย และการที่เราจะต้องเพิ่มเงินในการใช้วัสดุอื่นเข้าไป ใช้ค่าแรงประดิษฐ์นั้น เป็นต้นทุนเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับสินค้าทดแทนแล้ว ยังเหลือความคุ้มค่าที่ลูกค้าอยากจะซื้ออีกไหม แล้วค่อยไปวางแผนกลยุทธ์หรือกำหนดตำแหน่งของผลิตภัณฑ์ที่รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายด้วย การหารายได้เพิ่มจากของที่ไม่มีมูลค่า เป็นความคิดที่ดี แต่ก็ต้องมองให้ครบองค์ประกอบของธุรกิจด้วย
  3. เพื่อน  เมื่อวานซืนผมดูหนังเรื่อง Joy เรื่องของม่ายสาวลูกสอง เธอประสบปัญหาในการถูพื้นเรือไม้สัก ที่อดีตแฟนทำแก้วไวน์แดงตกแตกใส่ การใช้ไม้ถูพื้นแบบเก่าต้องใช้มือบิด ปรากฏว่า มือเธอโดนเศษแก้วบาดจนเลือดไหล เธอจึงเกิดความคิดว่าน่าจะมีไม้ถูพื้นที่ไม่จำเป็นต้องใช้มือบิด เธอจึงประดิษฐ์ม๊อพ รุ่นใหม่ขึ้นมา ที่เราสามารถบิดเกลียวจากแกนด้ามจับได้ ปัญหาคือ ทุกคนยังไม่เคยรู้จักผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้ เธอจะขายได้อย่างไร ? ซึ่งการนำเข้าไปขายในร้านค้าปลีกเป็นเรื่องที่เสียค่าใช้จ่ายมาก ลำพังการผลิตสินค้าเธอยังต้องไปกู้หนี้ยืมสิน เธอจึงใช้วิธีไปจอดรถหน้าศูนย์ค้าปลีกขนาดใหญ่แล้วลงมือสาธิต ปรากฏว่าไม่มีคนสนใจที่จะเหลียวแลจนกระทั่งต้องให้เพื่อนสนิทคนหนึ่ง ทำตัวเป็นพนักงานขาย และเธอทำตัวเป็นคนซื้อของทั่วไปแล้วก็มามุงดูด้วยความสนใจ ตั้งคำถาม(ที่รู้คำตอบอยู่แล้ว) ให้เพื่อน เพื่อเปิดโอกาสบรรยายสรรพคุณ ทำให้ลูกค้าในบริเวณนั้นมามุงดู แต่ก่อนที่จะขายสินค้าได้ชิ้นแรก เธอกลับถูกตำรวจมายึดของไปหมด เพราะทำผิดกฏหมาย โชคดีว่า ในขณะนั้น อดีตแฟนเธอเห็นเหตุการณ์อยู่พอดี จึงใช้เส้นสายให้เธอได้คุยกับผู้จัดการสถานีโทรทัศน์ที่จัดทำรายการขายสินค้า เธอมีโอกาสนำเสนอ และผู้จัดการคนนั้นก็พอใจในสินค้าใหม่ พร้อมกับให้เธอผลิตสินค้านี้ 50,000 ชิ้น ทุกอย่างน่าจะไปด้วยดี ถ้าพรีเซ็นเตอร์ที่นำเสนอ ไม่ประสบปัญหาเรื่องการใช้สินค้าใหม่…รายการวันนั้น จบลงโดยไม่มีคำสั่งซื้อทางโทรศัพท์เลย  ทุกอย่างเหมือนจะเข้าตาจน เธอจึงตัดสินใจฮึดที่จะเป็นผู้นำเสนอสินค้านี้ผ่านรายการทีวีด้วยตัวเอง…ซึ่งผู้จัดการก็ไม่ยินยอม เพราะปกติรายการ นี้มักใช้ดารา หรือพรีเซ็นเตอร์ มืออาชีพ ก็ให้ผลที่ดีโดยตลอด จอยจึงถามผู้จัดการคนนั้นว่า “ใครกันที่พูดจนทำให้คุณยอมเข้ามาขายสินค้าในรายการคุณได้ ?” เขาจึงยอมให้เธอออกอากาศ….ไม่ง่ายสำหรับการออกทีวีครั้งแรกของจอย เธอตื่นเต้น ประหม่า จนไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี จนเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นกลางรายการ พอโอนเข้ามาที่เธอ…ลูกค้ารายแรกที่โทรเข้ามา คือ “เพื่อนสนิท” คนเดียวกันที่ปลอมเป็นคนขายหน้าร้านค้าปลีกในวันนั้น สำหรับวันนี้เธอเล่นบทลูกค้าที่ชื่นชมถึงสินค้า จอยคุ้นเคยกับเพื่อนคนนี้ จึงพูดทุกอย่างได้แบบคล่องแคล่ว ผ่อนคลายมากขึ้น  จากนั้น สายโทรศัพท์การสั่งซื้อก็หลั่งไหลเข้ามาแบบถล่มทลาย

joy

การขายสินค้าให้ดี ต้องหาเพื่อนคู่คิดที่ดี และลงมือช่วยเราอย่างจริงจังให้ได้เสียก่อน  {แม้ว่าจะหายากก็ตาม..}

เริ่มต้นใหม่

เป่าหูเทวดา

อดีตเพื่อนร่วมงานผมคนหนึ่ง ซึ่งผันตัวมาเป็นเถ้าแก่ขายรองเท้า ไลน์มาบ่นปัญหาให้ฟังว่า ตอนนี้ยอดขายตกมาก ผมถามเขาว่า รู้ไหม ทำไมยอดขายถึงตก เขาบอกว่า เศรษฐกิจไม่ดี…

บางที ข้ออ้างแบบนี้ก็ควรมีไว้ใช้ปลอบใจตัวเอง เพื่อไม่ให้เครียดเกินไป… และรู้สึกว่า ไม่ใช่ความผิดของเรานะ

ผมถามเขาว่า มีเว็บไซต์ไหม เขาบอกว่า ไลน์ยังเพิ่งเริ่มจะหัดเล่น…(เราขาดการติดต่อไปนานมาก จนกระทั่งเขาไลน์มาทักและบ่นปัญหานี้ให้ฟัง)

นี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่ง  ผมเลยถามว่าทำไมไม่ใช้สื่ออินเทอร์เน็ตเข้ามาช่วย ประชาสัมพันธ์ หาลูกค้าเพิ่ม เขาบอกว่า ลูกค้าเคยมาบ่นให้ฟังว่า “เคยซื้อของผ่านเน็ตไปแล้ว ไม่ได้รับสินค้า” ทำให้เขาไม่สนใจเรื่องของอีคอมเมิร์ช เพราะเกิดความเชื่อว่า การมีหน้าร้านนั้น ทำให้ลูกค้ามั่นใจมากกว่า…

ในอดีตที่ยังขายดี มีรายได้เข้ามาอย่างสม่ำเสมอ ความเชื่อนี้ก็ยังถูกต้อง (เสมอ)  แต่มาถึงช่วงที่รายรับถดถอย บางครั้งก็ต้องนำความคิดเก่าๆ กลับมาทบทวนใหม่

ผมบอกว่่า ความเห็นของลูกค้า เป็นเพียงแนวทางหนึ่งในการตัดสินใจเท่านั้น ต่อให้ลงมือทำแล้ว คำตอบที่ออกมา ก็ยังไม่สามารถนำไปยืนยันได้เลยว่า ในอนาคต มันจะเป็นเช่นนั้น ร้อยเปอร์เซ็นต์

วันนั้น ผมเลยฝากให้เขาเอาข้อคิดเหล่านี้ไปใช้ .

  1. เปิดใจที่จะเรียนรู้เทคโนโลยี โดยเฉพาะเรื่องของอีคอมเมิร์ช และสังคมออนไลน์ เพราะในขณะที่เศรษฐกิจ บอกไม่ดีกัน แต่บนโลกออนไลน์กลับขยายตัว ล่าสุุด อาลีบาบาก็เข้ามาซื้อ ลาซาด้า กว่าสามหมื่นล้านบาท…แน่นอนที่สุด จะต้องเข้ามาแย่งส่วนแบ่งของร้านค้าที่ยังอยู่บนดิน
  2. แบ่งสต๊อกสินค้า ประเภทไหน ควรขายอย่างไร  ยิ่งเป็นสินค้าแฟชั่นจะมาไว ไปเร็ว ต้องตัดใจขายในขณะที่ยังมีคนต้องการ มิฉะนั้นจะจมทุน ส่วนสินค้าที่ยังไปได้ดี ก็ต้องมีเรื่องราวที่คนอยากซื้อ หรือครอบครอง
  3. หารายได้เสริม ต้องรู้ว่าตัวเองชอบอะไร เก่งที่จะทำอะไร แล้วใครเป็นลูกค้า เพื่อนผมคนนี้เคยเก่งเรื่องงานศิลปะมาก ตอนอยู่บริษัทฯ เก่า ผมจะให้เขาช่วยตกแต่ง window display จนชนะประกวด ถ้าเขาเอาความรู่้ความสามารถเหล่านี้มาพัฒนา อาจเปิดบริการ ออกแบบตกแต่งชั่้้นวางสินค้า หรือหน้าร้าน ให้กับผู้ประกอบการท่านอื่นในราคาย่อมเยาว์ได้
  4. ตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออก ลองเจรจาเรื่องค่าเช่าสถานที่ (ในกรณีนี้ ควรมีร้านค้าออนไลน์หรือเฟสบุ๊ค เป็นช่องทางขายเสียก่อน) ถ้าเราไม่ลองคุย เจ้าของที่ก็จะนึกว่าเราอยู่ดีมีสุขแล้ว ความช่วยเหลืออาจจะไม่ได้อยู่ในรูปของการลดราคา แต่อาจขยับขยายไปอยู่ในทำเลที่ดีขึ้น
  5. หาโอกาสเข้าอบรม โครงการที่่กระทรวงอุตสาหกรรรม, กระทรวงพาณิชย์ จัดขึ้น (ส่วนใหญ่ไม่มีค่าใช้จ่าย) เพื่อหาความรู้, พันธมิตร เพื่อต่อยอดธุรกิจใหม่ๆ หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ SMEs โดยตรง อย่าง สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สามารถเข้าไปดูรายละเอียดต่างได้ที่นี่ 
  6. อย่าลืมว่่า ธุรกิจที่ดี ควรแก้ไขปัญหาลูกค้าได้ !และมีคู่แข่งไม่เยอะ 

อบรม ค้าออนไลน์

การอบรมเชิงปฏิบัติ โครงการสร้างเครือข่ายระหว่างประเทศในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ ปี 2559

การวินิจฉัยสถานประกอบการ ในเดือนที่ผ่านมาพบปัญหาว่า ผู้ประกอบการวิสาหกิจ ส่วนใหญ่ยังขาดความเข้าใจในการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาธุรกิจ จึงได้มีการจัดทำหลักสูตรเฉพาะที่เป็นการให้คำปรึกษาเชิงลึกสำหรับธุรกิจที่เข้าร่วมโครงการ โดยมีรายละเอียดการอบรมเชิงปฏิบัติดังต่อไปนี้

วันที่  (เวลา) หัวข้อ รายละเอียด ผลที่คาดว่าจะได้รับ
21 เมษายน 2559

. (14.00-17.00 น.)

Business Model ความคิดสร้างสรรค์

การหาความต้องการของตลาด

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่

มีความรู้เรื่องของนวัตกรรม และสามารถพัฒนาขีดความสามารถในการผลิตสินค้าใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดได้
4 พฤษภาคม 2559

(10.00-17.00 น.)

Blogger การสร้าง web เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้า

การหากลุ่มเป้าหมาย

การจัดทำข้อมูล

การออกแบบและตกแต่งภาพสินค้าให้น่าสนใจ

การประชาสัมพันธ์ web

มีความเข้าใจ เรื่องการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการสื่อสารมากขึ้น สามารถจัดทำเว็บไซต์ด้วยตนเอง

มีความรู้เรื่องการใช้เครื่องมือบนโลกออนไลน์เพื่อผลิตสื่อธุรกิจ

10  พฤษภาคม 2559

(10.00-17.00 น.)

Social Network การบริหารความสัมพันธ์ผ่านสังคมเครือข่าย อาทิ Facebook, Line ปัจจุบัน ผู้บริโภคหันมาใช้Smart Phone ในการติดต่อสื่อสารมากขึ้น  ผู้ประกอบการฯ จึงต้องเข้าใจวิธีส่งสารเพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า
25 พฤษภาคม 2559 (10.00-17.00 น.) Web Communication การสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ต

E-Mail Marketing

QR Code

AR  Code

Web Board

Search Engine

Youtube

 

สื่ออินเทอร์เน็ต นอกจากจะส่งถึงเป้าหมายโดยตรงแล้วยังมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า จึงเหมาะสำหรับ ผู้ประกอบการยุคใหม่จะหันมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน

แผนที่ : ศูนย์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ 

map

การเดินทาง : นั่งรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT  ลงสถานี พระราม 9 (จะสะดวกที่สุด เพราะเดินเพียง 5 นาทีก็ถึงแล้ว)

กรณีนำรถส่วนตัวมา ให้จอดที่ ฟอร์จูนทาวน์ หรือ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพระราม 9

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่โทร 084-140-6000

โอกาสดีมีไม่มากแล้ว! รีบตัดสินใจเลย

network1

โอกาสสุดท้ายสำหรับ โครงการบุกตลาดระหว่างประเทศ โดยทีมงานผู้มีประสบการณ์สูง จะคอยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับธุรกิจของท่าน จนมีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นไปสู่การแข่งขันในตลาด AEC พร้อมถึงการจัดทำ เอกสารนำเสนอสินค้าของ่ท่านอย่างมืออาชีพ คุ้มค่าแน่นอน ตอนนี้ขยายเวลารับสมัครถึงวันที่ 6 มีนาคม 2559 เท่านั้น และจะมีการคัดเลือกสอบสัมภาษณ์ ผู้ที่ผ่านเข้ารอบในวันที่ 8-9 มีนาคม 2559

สนใจโครงการไหน เลือกได้เลย หรือจะโทรปรึกษาหารือได้ที่ โทร 081-694-1428aec1

2 โครงการ บุก AEC ที่ไม่ควรพลาด

ดร.สุกิต เอื้อมหเจริญ

ดร. สุกิต เอื้อมหเจริญ ที่ปรึกษา กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ในปีนี้ รัฐบาลมีนโยบายที่สนับสนุนให้ผู้ประกอบการ ขยายตลาดเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยมี 2 โครงการสำคัญ คือ 1. AEC Trade Investment Plan และ 2. Network 2 AEC โดยมีการระดมที่ปรึกษาผู้มีประสบการณ์ทั้งในและต่างประเทศ มาถ่ายทอดความรู้ รวมถึงการจัดทำแผนการค้าและการลงทุน ในการนำเสนอแบบมืออาชีพ รวมถึงจัดส่งให้กับคู่ค้า หรือกลุ่มเป้าหมาย ตลอดจนจัดทำ Business Matching ในทุกรูปแบบ เพื่อขยายตลาดร่วมกันในอนาคต

รีบติดต่อที่ บริษั่ท เคดีอาร์โฮลดิ้ง จำกัด โทรศัพท์  081-694-1428 หรือ 099-162-3466

คลิกที่ ภาพ ดร.สุกิต เอื้อมหเจริญ เพื่อชมวิดีโอ อธิบายรายละเอียดของสองโครงการขยายตลาด AEC

ดร สุกิตติ 2

2 โครงการอบรม AEC ฟรี!

20160222205235

 

อ่านรายละเอียดโครงการ AEC Trade Investment Plan คลิกที่นี่

คลิกดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัคร AEC

000BกำหนดโครงการAEC&Network

ดาวน์โหลดเอกสารโครงการ Network-2-AEC คลิกที่นี่

ดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัคร  Network-2-AEC

สร้างเครือข่ายอุตสาหกรรม

ADs Industrial Network

กิจกรรมสร้างเครือข่ายกลุ่มอุตสาหกรรม ( Industrial Networking) 2016

วัตถุประสงค ์ เพื่อเป็นการสร้างเครือข่ายระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรมให้เกิดเป็นพันธมิตรทางธุรกิจในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เกิดการร่วมมือในการพัฒนาธุรกิจได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน

เป้าหมาย ผู้ประกอบการ SMEs ในส่วนกลางและภูมิภาคที่ อยู่ในอุตสาหกรรม สุขภาพและความงาม (Health and Beauty) และ อุตสาหกรรม lifestyle (ของใช ้ ของตกแต่ง เครื่องประดับ แฟชัน) จํานวน อุตสาหกรรม ละ ่ 10 – 12 กิจการ

สิ่งที่ ผู้ประกอบการจะได้รับ

1. ถ่ายทอดความรู้ด้านต่าง ๆ ที่ สามารถนําไปใช้ได้ในธุรกิจ

2. กิจกรรมเครือข่ายสัมพันธ ์ให้เกิดการเชื่อมโยง และสามารถคิดแผนการพัฒนาเครือข่ายเพื่อให้เกิด มูลค่าเพิ่ มได้

3. รับคําปรึกษาจากที่ ปรึกษาในด้านต่างๆ ที่ จะช่วยพัฒนาเครือข่าย ให้ยั่งยืน

4. กิจกรรมศึกษาดูงานในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง

ระยะเวลาของโครงการ กุมภาพันธ์– มิถุนายน 2559

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ บริษัท เคดีอาร์ โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จํากัด ที่ Email : kdrholding@gmail.com คุณมนัสนันท์ (หยก) 081 694 1428 ID LINE : 0816941428 คุณทราย 099 1623466

**********ไม่มีค่าใช้จ่ายในโครงการ***********

หมายเหตุ ผู้จัดขอเรียกเก็บเงินค่าประกันการเข้าร่วมจนจบโครงการ จํานวน 5,000 บาทต่อราย เพื่อให้ แน่ใจว่า ท่านผู้ประกอบการจะสามารถอยู่ร่วมกิจกรรมในโครงการจนครบถ้วน โดยไม่ยกเลิกหรือออกกลางคัน เพราะ ถือว่า จะส่งผลกระทบกับส่วนรวม ต่อตัวชี้วัดในภาพรวม และส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่จะเกิดขึนของโครงการอย่างมาก ทั้งนี้ ผู้จัดจะคืนให้เมื่อจบโครงการ

คลิกที่ภาพ เพื่อรับชม ดร.สุกิต เอื้อมหเจริญ ที่ปรึกษา กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม อธิบายรายละเอียดโครงการ

ดร.กิ๊ก

000Cกำหนดโครงการ IndusNetwork

ดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัคร คลิกที่นี่

กรอกใบสมัคร และส่งมาที่ kdrholding@gmail.comหรือ yokmana@yahoo.com

ภายใน 15 มีนาคม นี้

การหาของมาขายในเน็ต

20160215_093915 (1)

ญาติผู้น้องที่ชลบุรีคนหนึ่ง ชอบมาปรึกษาว่าหาของอะไรมาขายดี ผมให้เขาหาสิ่งที่เขาชอบ หรือถนัด มาให้เลือก เขาเลือกมาหลายอย่าง ก็ไม่ถูกใจผมเสียที จนกระทั่งผมแนะนำหลอดประหยัดไฟ ซึ่งสามารถใช้เป็นไฟฉุกเฉินได้ ให้เขาไปลองศึกษาตลาดดู…ผ่านไปเกือบเดือน ก็ยังไม่มีวี่แวว..หรือเขาจะไม่เข้าใจสิ่งที่ผมพยายามสื่อสาร..หรือสิ่งที่ผมคิดว่า “ดี” อาจไม่เหมาะสำหรับเขาจริงๆ

ทำไมผมจึงเลือกหลอดอัจฉริยะนี้ให้เขา  ผมมีเหตุผลหลักสี่ดีในการเลือกสินค้ามาขาย ดังนี้

  1. ดีสำหรับตัวเราเอง เพราะผมเคยซื้อมาทดสอบแล้วลองใช้ ปรากฏว่าสามารถประหยัดค่าไฟไปได้มาก แม้ว่าจะต้องดัดแปลงระบบไฟที่บ้านนิดหน่อย คือถ้าเป็นแบบนีออนผมก็จะซื้อขั้วมาใส่ แต่ห้องไหนที่เป็นขั้ว E 27 อยู่แล้วก็ถอดเปลี่ยนจากหลอดตะเกียบได้เลย
  2. ดีที่หาแหล่งซื้อสินค้ามีคุณภาพ เพราะผ่านมาตรฐานอุตสาหกรรม ได้ ในราคาที่บวกกำไรแล้วพอแข่งขันไหว เพราะในห้างหลอด LED ประเภทนี้ ราคาลดแล้ว ยังอยู่ประมาณ 300 กว่า ในอินเทอร์เน็ตทั่วไปก็จะอยู่ระหว่างที่ 199-250  บาท ดังนั้น ในช่วงแรก จัดโปรโมชั่น ขายหลอดละ 150 บาท น่าจะออกตัวได้ไม่ยาก
  3. ดีต่อลูกค้า เมื่อจ่ายเงินค่าหลอด ซึ่งอาจจะแพงกว่าปลอดประหยัดไฟทั่วไปเล็กน้อย แต่สิ่งที่คุ้มค่าคือประหยัดเงินค่าไฟในระยะยาว ที่สำคัญ เวลาไฟดับ ยังใช้เป็นไฟฉุกเฉินได้ง่ายๆ โดยใช้มือจับที่ขั้ว หรือเอาไปใส่ให้ขั้วแตะน้ำ ไฟก็ติดแล้ว
  4. ดีต่อประเทศ…ปัจจุบัน  ไทยกำลังเผชิญภาวะแล้งวิกฤติ ทำให้เขื่อนผลิตไฟฟ้าได้น้อยลง ถ้าขายสินค้าที่ลดการใช้ไฟลงก็จะทำให้เกิดความสมดุลย์ ไม่ต้องนำไฟฟ้าจากต่างประเทศเข้ามาทดแทน 20160217_130109                              ทุกวันนี้ต้องยอมรับว่าเราอยู่สองโลก ด้านหนึ่ง คือโลกที่เราใช้ชีวิตตามปกติ เดินทางไปมาหาสู่กัน พบเจอกันตามสถานที่ต่างๆ  แต่อีกโลกหนึ่งคือ อินเทอร์เน็ต เพียงแค่หยิบมือถือมา เราก็เลือกที่จะสนทนากับเพื่อนข้ามทวีปได้แล้ว ธุรกิจทุกวันนี้ เกิดจากการรู้จักใช้ข้อได้เปรียบของโลกทั้งสองนี้ มาทำกำไร เช่น การไปซื้อของตามโรงงานที่เหมาขายถูกๆ มาแยกขายปลีก ด้วยวิธีการโพสต์ลงในเว็บประกาศโฆษณาฟรี หรือเดี๋ยวนี้มีโซเชียล เน็ทเวอร์ค อย่าง เฟซบุ๊ค หรือไลน์ ใครที่มีเพื่อนเยอะ ก็จะได้เปรียบมาก เพราะทันที ที่ประกาศไป เพื่อนรู้จักเราอยู่แล้ว ก็อยากอุดหนุน    ผมก็ใช้วิธีพื้นฐานเหล่านี้ครับ หลังจากนำหลอดไฟมาใช้ในหอพักผมแล้วค่าไฟลดลง ก็ขายเหมือนแนะนำเพื่อน ก็ปรากฏว่าได้คำสั่งซื้อมาพอสมควร 20160217_125309.jpgบริเวณทางเดินระหว่างห้อง เป็นจุดที่ต้องเปิดไฟตลอด ก็ดัดแปลงมาติดไฟอัจฉริยะ ซึ่งกินไฟเพียง 5 วัตต์เท่านั้น  ข้อดีของหลอดนี้คือเวลาที่เราเปิดไฟ 4-5 ชั่วโมง มันจะเก็บไฟไว้ สามารถถอดออกมาหาขวดแก้วน้ำใส่แล้วไปตั้งในจุดที่ต้องการความสว่างได้ เช่น ห้องใต้บันได หรือในสวนที่ไม่สะดวกเดินสายไฟ20160210_104245.jpgอย่างไรก็ตาม ปัญหาของน้ำกับเหล็ก คือสนิม หากใช้วิธีนี้ไปนานๆ จะทำให้ขั้วเกิดสนิม และทำให้หลอดเสื่อมคุณภาพเร็ว ผมจึงปรึกษากับบริษัทผู้จำหน่าย แล้วเห็นว่า น่าจะแนะนำให้ลูกค้าหาซื้อโคมที่มีสายไฟ เวลาจะชาร์จไฟก็เสียบเก็บประจุได้ทันที เวลาจะใช้ในสถานที่ ไม่สะดวกเดินสายไฟฟ้า หรือไฟฟ้าดับ ก็แค่หาลวดหนีบกระดาษ มาแตะตรงปลั๊กไฟ ให้ครบวงจร ไฟที่สำรองไว้ก็ติดสว่างแล้ว
  5. 20160217_13382420160217_134253กรณี หลอดไฟอัจฉริยะ  ผมถือว่่าทำเป็นกรณีศึกษาให้เห็นว่า การเลือกสินค้ามาขายในโลกออนไลน์นั้น ไม่ยาก ต้องหาคุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ให้เจอ แล้วรู้ว่าจะเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาลูกค้าได้อย่างไร การขายหลอดไฟ ยังเป็นอาชีพเสริม งานหลักยังเป็นที่ปรึกษา วิทยากรสอนการตลาดอยู่นะครับ  ยังมีสำนักงานอยู่ที่ ศูนย์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์  ถนนอโศกดินแดง รับให้คำปรึกษาเหมือนเดิมmap.jpgที่เพิ่มเติมคือ ถ้าใครจะมาหา ก็ inbox หรือ Line มานัดหน่อยก็ดี…บอกแล้ว ว่าเป็นคนมีสองโลก! ช่วงนี้ต้องขนหลอดไฟที่สั่งซื้อออนไลน์ ไปส่งที่ไปรษณีย์บ่อยซะด้วย…p