อบรม OTOP กับ Smart Trader

sm.jpg

ช่วงต้นเดือนกรกฏาคม 2559 มีโครงการอบรมเดินสาย สองรายการที่ผมได้รับเกียรติจากมหาวิทยาลัยบูรพาให้ไปบรรยาย หนึ่งคือเรื่องการพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการ โอทอป ซึ่งเดือนที่แล้วได้ไปจัดกันที่จังหวัดตราด เดือนนี้ก็มาจัดที่สำนักบริการวิชการ มหาวิทยาลัยบูรพา บางแสน อีกโครงการเป็นของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรียกว่า กิจกรรมนักการค้ามืออาชีพ (Smart Trader)

ก่อนหน้าที่วันอบรมจะมาถึง เราได้มีการประชุมวางแผน และทีมงานก็ได้ส่งรายชื่อรวมถึงธุรกิจของผู้เข้าอบรมมาให้วิทยากรพิจารณา เพื่อที่จะปรับเนื้อหาให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด

ความแตกต่างของผู้อบรมสองกลุ่มนั้น คือ ความรู้ด้านไอที กลุ่ม Smart Trader ดูจะมีอยู่สูงกว่าโอทอปมาก บางท่านทำกิจการออนไลน์โดยตรง มีผู้ติดตามถึง 20 ล้าน บางท่านจบปริญญาโทด้านโปรแกรมจากสหรัฐอเมริกามาด้วยซ้ำ ผมจึงจำเป็นต้องทำเนื้อหาแยกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งสำหรับปูพื้นฐานให้ ผู้ประกอบการโอทอปเข้าใจถึงประโยชน์ของการนำไอทีมาขยายตลาด แต่กลุ่ม Smart Trader ผมรู้สึกว่าควรจะเน้นเรื่อง เนื้อหา และวิธีการสร้างสรรไอเดียในการค้ามากกว่า

วันแรกที่บรรยายให้กับกลุ่ม Smart Trader ฟังผ่านไปด้วยดี ทั้งกิจกรรมสัมพันธ์เพื่อสร้างความรู้จักกัน มีการเก็บคะแนนเดี่ยว และคะแนนกลุ่ม ผมให้การบ้านว่าให้พวกเขาส่งข้อมูลธุรกิจมา แล้วจะรวบรวมทำเว็บไดเร็คทอรี่ให้ ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ตรงนี้เป็นการง่ายที่จะรู้ว่าพวกเขายังมี “จุดอ่อน” ตรงไหน และควรนำไปแก้ไขอย่างไร ? ซึ่งครั้งที่สองของการสอน (9 กค.) ก็จะนำไปแจ้งให้เจ้าของธุรกิจที่ส่งงานทราบ

900f08dd-2669-4093-8366-ca19e1c4d46a

ช่วงวันที่ 5-7 นั้น ผมต้องบรรยาย และเป็นที่ปรึกษาเรื่องการตลาดให้กับกลุ่มโอทอป ช่วงวันแรกนั้น ผมเกิดไอเดียว่า ลูกพี่ลูกน้องผม ซึ่งทำธุรกิจตั้งบริษัทฯ รับกระจายสินค้าให้กับกลุ่มบริษัทโอสถสภาในภาคตะวันออกนั้น มีบริษัทอยู่ที่ชลบุรี ถ้าให้ผู้ประกอบการกลุ่มโอทอปมานำเสนอไอเดียให้บริษัทฯ ญาติผมดูสิว่า เขาจะสนใจไหม ซึ่งเขาก็ส่งคนมารับข้อมูล สิ่งสำคัญก็คือ ผู้อบรมจะได้เผชิญกับสถานการณ์ที่ต้องคุยต่อรองกับตัวแทนจำหน่ายจริงๆ ดังนั้น ข้อมูลที่ทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนจึงเป็นประโยชน์และสามารถนำไปใช้ในการดำเนินธุรกิจได้จริงๆ

เมื่อได้ผลจากโครงการหนึ่ง ผมจึงคิดขยายผล ไปยัง Smart Trader แต่ผมยังกังวลใจอยู่บ้าง เพราะเผื่อบางคนอาจจะไม่ชอบกิจกรรมแบบนี้ก็ได้ เดี๋ยวพาลคิดว่าเอาเวลาที่เขาจะมาหาความรู้นั้น มาให้ญาติแนะนำบริษัทฯ การค้า ทั้งที่ ญาติผู้น้องของผมคนนี้ เขาก็ไม่ค่อยมีเวลาว่าง ที่มาก็เพราะเกรงใจเพราะพ่อเขาเป็นน้องชายพ่อผมแท้ๆ

Untitled-1

ผมจึงเสนอกิจกรรมนี้ลงไปในไลน์กรุ๊ป Smart Trader ว่า มีผู้อบรมคนใดสนใจจะให้มีบ้าง และถ้าน้อยกว่า 10  ก็จะไม่จัด โดยผมกำหนดเวลาภายใน 10 ชั่วโมงเท่านั้น ปรากฏว่ามีคนแห่ลงทะเบียน16 ท่าน ซึ่งเกือบจะเป็น 30 % ของทั้งชั้น ผมจึงส่งรายชื่อและกิจการของผู้ที่เข้าโครงการไปให้ญาติผมพิจารณา และคิดว่าการศึกษาดูวิธีเจรจาระหว่างเจ้าของกิจการกับตัวแทนการค้า น่าจะเป็นประโยชน์ต่อคนที่เข้าฟังทั้งห้อง เพื่อจะเก็บเป็นบทเรียน แล้วนำไปแก้ไข โดยไม่จำเป็นต้องแยกห้องออกไปคุยกันสองต่อสอง เพราะยังไม่ถึงขั้นที่จะเจรจาแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กัน

สาระที่ญาติผมหรือ “เฮียฮ้อ” พูดด้วยประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจกว่าสามสิบปี ก็คือเรื่อง “จุดเด่น” ของสินค้า และพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย เขาบอกว่า การที่จะนำสินค้าลงไปขายยังสถานที่ใดที่หนึ่งนั้น จำเป็นต้องไปศึกษาวิถีชีวิตทั้งของร้านค้า และผู้คนที่เข้ามาใช้บริการในละแวกนั้นก่อนว่า เขาชอบหรือไม่ชอบอะไร, ใช้จ่ายครั้งละประมาณกี่บาท เพราะพื้นที่ในร้านค้าปลีกท้องถิ่นที่มีทำเลดีๆ นั้น มีมูลค่า ต้องเสียค่าวาง และถ้าขายไม่ดี ก็อาจจะถูกยกเลิกสัญญาเช่าที่ได้ทันที ไม่ใช่แค่มีเงินจ่าย แต่ของต้องขายได้ด้วย ปรากฏว่า วันนั้น มีผู้ให้ความสนใจ ไตร่ถามมากมาย ซึ่งภายหลังผมมาทราบว่า มีการแลกเปลี่ยนนามบัตร และให้สินค้าตัวอย่างเพื่อให้เฮียฮ้อไปศึกษาเพิ่มเติม

ผมพยายามบอกแก่ ว่าที่ Smart Trader ว่า การมาอบรมวันนี้ไม่ใช่แค่มารับความรู้อย่างเดียว คนที่ Smart ต้องเป็นคนใจกว้าง พร้อมที่จะแบ่งปันความรู้ให้กับคนอื่น เช่น คุณสถาพร เจ้าของปุ๋ย น้องเดือน ที่ได้ไปออกรายการ SMEs ตีแตก ได้รับรางวัลจากนายกรัฐมนตรีสองปีซ้อน เขาก็มาเผยถึงเคล็ดลับ , คุณกรณ์พงษ์ หรือ ชัช ที่มีความรู้ด้านไอที ก็มาแชร์ไอเดียอยากพัฒนาแอ๊พเพื่อสร้างเครือข่าย ผู้เข้าอบรม ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจ ซึ่งผมก็ให้เวลาเขาสาธิต ดูความต้องการของผู้คนในห้อง (ว่าที่กลุ่มเป้าหมาย) ว่ามีใครที่จะยอมให้ข้อมูลบ้าง เพื่อชั่งน้ำหนักว่าควรจะทุ่มเวลา และเงินพัฒนาต่อไปไหม ?

de8eb4aa-3056-41fc-b87d-e3fc01298ac1

ถึงแม้ว่าผมจะมีเวลาสอนพวกเขาเพียงสองวัน แต่ผมก็บอกกับเขาว่า คนที่จะเป็นนักการค้าที่ดี ควรจะต้อง “ใส่ใจ” ทั้งความรู้สึกของคนรอบข้าง ซึ่งรวมถึงพนักงาน, คู่ค้า และลูกค้า ที่สำคัญ ต้อง เปิดใจ ยอมรับสิ่งใหม่ๆ เพราะเทคโนโลยีที่ปรับตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้ชีวิตของเราคิดเอาแต่ประโยชน์ของตัวเอง โดยลืมคำนึงถึงความรู้สึกหรืออยากที่จะช่วยเหลือคนอื่น

สิ่งที่ร้ายกาจกว่า ก็คือ นอกจากไม่ช่วยแล้ว ยังอิจฉา มุ่งทำลาย… คอยใส่ร้าย ถ้าใครมีความคิดชั่วช้าแบบนี้อยู่ ก็คงไม่ใช่นักการค้าที่ดี….

เสียดายว่า กลุ่ม โอทอป ผมไม่มีโอกาสพูดประโยคนี้กับผู้เข้าอบรม…ก่อนปิดโครงการโอทอปวันที่ 7 กรกฏาคม มีน้องคนหนึ่งมาถามผมว่า ถ้ามีคนมาอบรมแล้วพร้อมหมด ไม่ยอมเปิดใจรับ มานั่งฟังด้วย ผมจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร ?

ผมบอกว่า ความเป็นเหตุเป็นผล มันไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าเขาไม่ยอมเปิดใจ เขาจะยอมเสียเวลาเดินทาง เสียเวลามานั่งฟังทำไมตั้งหลายวัน  โดยที่ไม่ได้อะไรกลับไป ในขณะที่คนอื่นเขารู้จักถาม รู้จักแชร์ รู้จักที่จะมาเลือกรับประโยชน์กลับไปพัฒนาธุรกิจ มากไปกว่านั้น ผมยกตัวอย่างคุณสกุลสมคุณ ที่เข้าร่วมมาฟังผมทั้งสองโครงการ เขานำกล้องถ่ายภาพมาบันทึกตลอดเวลาที่บรรยาย จนผมแซวว่า สมัยผมเป็นนักข่าว ยังไม่ถ่ายรูปเยอะขนาดนี้ เขาบอกว่าจะเอาความรู้เหล่านี้ไปพัฒนาเครือข่ายที่จังหวัดปราจีนบุรี วันนี้เขามาทำหน้าที่แทนคุณแม่ และอยากทำหน้าที่ตัวแทนให้ดีที่สุดเท่าที่จะดีได้!

e7a3f7e6-9fd0-470c-a791-623a13a55687

ส่วนคนที่มาอบรมแล้วไม่ได้อะไรกลับไปเลย…ผมว่าบางที เขาแค่ลืมหงายแก้วครับ ต่อให้ทำตัวเป็นแก้วที่ว่างเปล่า แต่ถ้ายังทำตัวหัวคว่ำอยู่ ต่อให้เอาไปตั้งกลางสายฝน น้ำสักหยดก็เข้าไม่ถึง…

6990d905-baf3-41d3-9c45-a44328b12e0e

ผู้อบรมรายหนึ่ง นำภาพเหตุการณ์ไปโพสต์ในเฟซบุ๊คด้วยความชื่นชม

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s