โอทอปกับโอกาสใหม่บนโลกออนไลน์

otoptrad.jpg

ต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ผมได้รับเกียรติจาก ศูนย์ทรัพย์สินทางปัญญาและถ่ายทอดเทคโนโลยี สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพาให้เป็นวิทยากรร่วม โครงการส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์และผู้ประกอบการ OTOP ภาคตะวันออก โดยร่วมกับวิทยาลัยชุมชนตราด คัดเลือกเจ้าของกิจการฯ มาเข้าร่วมโครงการรวม 30 ท่าน ด้วยงบสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา

การจัดโครงการในครั้งนี้ ต้องขอชื่นชมคณะผู้ดำเนินการที่ได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูล สัมภาษณ์ความต้องการของผู้เข้ารับการอบรมว่า มีปัญหาด้านใดบ้าง เพื่อจะได้จัดผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเรื่องมาแก้ปัญหาให้ตรงจุด โดยสามเรื่องหลัก ก็คือเรื่องของการจัดการ การบริหารต้นทุน, การผลิตโดยเฉพาะการแปรรูปอาหาร และเรื่องของการตลาด รวมถึงทรัพย์สินทางปัญญา

จากนั้นก็นำข้อมูลมาหารือกับวิทยากรทุกท่านว่า จะออกแบบวิธีการถ่ายทอดความรู้อย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพ จึงมีมติร่วมกันว่า ยังคงมีการบรรยายให้ความรู้ เพื่อจุดประกายแนวคิดใหม่ให้ทุกคนสนใจกระตือรือร้นก่อน จากนั้น นำผู้ประกอบการฯ ที่ผ่านการบ่มเพาะจากมหาวิทยาลัยมาสัมภาษณ์ถึงความก้าวหน้าเป็นกรณีศึกษาแล้ว ที่แตกต่างไปคือการจัดฐานให้คำปรึกษาเพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาให้ผู้ประกอบการแต่ละราย

ทีมที่ปรึกษาครั้งนี้แบ่งเป็น 3 ฐาน ประกอบไปด้วย ฐานที่ 1 มีผศ.ดร.บุญรัตน์  ประทุมชาติ และผม จะให้คำแนะนำเรื่องการตลาด และการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า  ฐานที่ 2 มี อ. กิตติชัย ราชมหา, อ.ดิเรก ประทุมทอง จะให้ความรู้ด้านการเงินและการบริหารจัดการแผนธุรกิจ และฐานที่ 3 เป็นหน้าที่ของ ดร.จุฬารัตน์ หงส์วลีรัตน์ และ ดร.อรอง จันทร์ประสาทสุข จะมาช่วยเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และปรับปรุงการผลิตให้ได้มาตรฐาน ซึ่งทีมงานได้แบ่งผู้ประกอบการออกเป็นสามกลุ่มๆ ละ 10 คน หมุนเวียนไปตามฐานเหล่านี้ ประมาณฐานละ 3 ชั่วโมง เพื่อที่จะเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ซักถามปัญหาอย่างทั่วถึง รวมถึงการตอบคำถามอย่างละเอียด

เป็นครั้งแรกที่ผมเคยเจอวิธีอบรมแบบนี้ เพราะปกติแล้ว จะเป็นการบรรยายครั้งเดียวรวด 3 ถึง 6 ชั่วโมง แล้วเป็นเรื่องที่เราเลือก หรือไม่ก็เป็นการพบตัวต่อตัว ให้คำปรึกษาเฉพาะผู้ประกอบการคนเดียว ไม่เคยเจอ ลูกผสม แบบนี้…

ส่วนสำคัญที่สุดคือ วันสุดท้ายก่อนการปิดอบรมอีกสองชั่วโมง เขาเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการฯ แต่ละคนเลือกที่จะเข้าฐาน ซึ่งตนอยากจะเติมความรู้เฉพาะเรื่องเหล่านั้นเพิ่ม ถือเป็นการเรียน ที่ยึดเอา ผู้เรียน เป็นศูนย์กลางโดยแท้…

ปรากฏว่าวิธีนี้เป็นที่ถูกอกถูกใจชาวบ้าน ที่มาอบรมมาก ทั้งสามวัน ไม่มีคนขาดเรียนเลย  สิ่งสำคัญคือ เขารู้สึกว่า “คุ้มค่า” กับการเดินทางมาหาความรู้ บางคนต้องข้ามเรือ นั่งมาจากเกาะช้าง, บ้างต้องขับรถเดินทางมาจากจันทบุรี ในขณะที่เมื่อหลายปีก่อน การอบรมเรื่องเหล่านี้ ชาวบ้านจะคิดว่าเป็นเรื่อง “เสียเวลาทำมาหากิน” ถึงขนาดบางองค์กรต้องออกค่าเบี้ยเลี้ยง จ้างมาฟัง

มาดูเนื้อหาที่ผมให้คำปรึกษากับ ผู้ประกอบการ โอทอป หลายคนยังเข้าใจผิดว่า การเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้ดูสวยงาม น่าซื้อ จะช่วยให้ขายของได้ดีขึ้น แต่ผมอยากให้คำนึงเรื่องส่วนผสมของ “การตลาด” ก่อน โดยนอกจาก 4 P แล้ว ยังมีเรื่องของ 4 c เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย นั่นคือต้องคำนึงถึงปัจจัยภายนอก และภายใน

Product ( สินค้า) Consumer ( ลูกค้า)
Price ( ราคา) Cost ( ต้นทุน)
Place ( สถานที่) Convenience ( สะดวกสบาย)
Promotion ( กิจกรรมส่งเสริมการขาย) Communication ( ติดต่อสื่อสาร)

วันนี้ ถ้าจะผลิตสินค้า ต้องคำนึงด้วยว่า ผลิตเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายใดซื้อ ต้องวิเคราะห์ถึงพฤติกรรมเขาว่า มีวิถีชีวิตอย่างไร เช่น ปริมาณ, ส่วนผสม  (หลายสินค้าเริ่มลดปริมาณน้ำตาลลงเพื่อสุขภาพผู้บริโภค)  ในขณะที่ “ราคา” เป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อ ยุคเดิม มีผู้ผลิตน้อย เรากำหนดกำไรตามความต้องการได้ แต่ปัจุบันมีการแข่งขันมากขึ้น จึงมีการแข่งขันด้านราคาสูง เพื่อเข้าถึงลูกค้าในวงกว้าง ดังนั้น ถ้าต้องขายในราคาที่ลูกค้าอยากจ่าย ผู้ขายก็ต้องรู้จักวิธีควบคุมต้นทุนด้วย ต่อมาคือทำเลหรือสถานที่ ต้องศึกษาว่า ย่านนั้น วางสินค้าประเภทใดจึงเหมาะสม ในขณะที่ปัจจุบัน ทำเลที่ดี และลูกค้าสะดวกในการใช้บริการที่สุดกลับอยู่ในโทรศัพท์มือถือ ดังนั้น การทำเว็บไซต์, การใช้โซเชียลเน็ทเวอร์ค หรือ โมบายมาร์เก็ตติ้ง จึงเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการธุรกิจต้องทำความเข้าใจ เพราะนอกจากจะเป็นการลดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังเข้าถึงลูกค้าแบบเจาะจงได้ด้วย ส่วนสุดท้ายคือ กิจกรรมกระตุ้นยอดขาย ถ้าเรามีช่องทางเพื่อให้ลูกค้าแสดงความต้องการ อย่าง facebook, line เราก็จะสามารถจัดกิจกรรมที่ถูกใจลูกค้าได้ดีกว่า ลดราคาเพียงอย่างเดียว!

otopผมดีใจที่ได้ทราบข่าวว่ากิจกรรมดีๆ แบบนี้จะมีการจัดครั้งต่อไปที่ มหาวิทยาลัยบูรพา โดยเปิดโอกาสรับผู้ประกอบการที่อยู่ในเขตภาคตะวันออก ซึ่งผลิตสินค้ากลุ่มโอทอป โดยเฉพาะ ผลิตภัณฑ์ที่เป็นอาหารแปรรูป เข้าร่วมการอบรมและเข้ารับคำปรึกษาได้ ที่สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา ระหว่างวันที่ 4-7 กรกฎาคม นี้ ท่านใดที่สนใจสามารถสำรองที่นั่งได้ที่คุณเจษ หมายเลขโทรศัพท์ 0864028120 รับจำนวนจำกัด  เพียง 30 ท่านเท่านั้น ที่สำคัญ งานนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s